29 พฤษภาคม 2569
ผู้ชม 8 ผู้ชม

ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์ : ฆพ.1751/2568
ใบรับแจ้งรายการละเอียดที่ 68-2-2-2-0005640
เครื่องเติมออกซิเจน Devilbiss iFill O2
คุณสมบัติหลัก
- ขนาดตัวเครื่อง (กว้าง × ลึก × สูง): 31.3 × 57 × 72.5 เซนติเมตร
- น้ำหนักเครื่องประมาณ 30 กิโลกรัม
- ความเข้มข้นของออกซิเจน: 93% ± 3%
- แรงดันสูงสุด: 3,300 psi
- ระดับเสียงการทำงาน: 52 dBA
- ใช้กำลังไฟฟ้า: 230V, 50/60Hz
- กำลังไฟขาเข้า: 400W
-
เครื่องเติมออกซิเจนรุ่นนี้ใช้ คอมเพรสเซอร์แบบหัวคู่แรงดัน (Dual-Pressure Head Compressor) ซึ่งทำงานร่วมกัน 2 ระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและบรรจุออกซิเจน ได้แก่:
- ระบบผลิตออกซิเจนด้วยเทคโนโลยี PSA (Pressure Swing Adsorption)
ช่วยแยกออกซิเจนจากอากาศ เพื่อให้ได้ออกซิเจนที่มีความเข้มข้นสูง เหมาะสำหรับใช้งานทางการแพทย์ - ระบบเพิ่มแรงดันลมแบบนิวเมติก (Pneumatic Pressure Intensifier)
ช่วยเพิ่มแรงดันออกซิเจนสำหรับการอัดบรรจุลงในถังออกซิเจนพกพาอย่างมีประสิทธิภาพ
- ระบบผลิตออกซิเจนด้วยเทคโนโลยี PSA (Pressure Swing Adsorption)
- ใช้ข้อต่อแบบ Push-Click Connector ซึ่งออกแบบเฉพาะสำหรับเครื่อง iFill
- รองรับเฉพาะถังออกซิเจนที่ออกแบบมาสำหรับเครื่องรุ่นนี้ ช่วยป้องกันการเชื่อมต่อผิดประเภท เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน
- มาพร้อมฐานรองรับถังออกซิเจนขณะบรรจุ เพื่อเพิ่มความมั่นคงและปลอดภัย
-
ตัวเครื่องมีระบบไฟแจ้งเตือนสถานะต่าง ๆ เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายและปลอดภัยมากขึ้น ได้แก่
- Service Required (Red LED) : แจ้งเตือนเมื่อเครื่องต้องการตรวจสอบหรือซ่อมบำรุง
- Standby (Green Light) : แสดงสถานะพร้อมใช้งาน
- Full (Green Light) : แจ้งเมื่อเติมออกซิเจนในถังเสร็จสมบูรณ์
- Filling (Green LED) : แสดงสถานะขณะกำลังเติมออกซิเจนลงในถัง
- ตัวเครื่องมาพร้อม มือจับและล้อเลื่อน 4 ล้อ ช่วยให้สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวกมากขึ้น
- มี ไส้กรองอากาศด้านข้าง 2 ชิ้น
- สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย
- แนะนำให้ทำความสะอาด อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อคงประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง
-
ระยะเวลาในการเติมออกซิเจนลงในถัง (จากถังว่าง) ขึ้นอยู่กับขนาดของถังออกซิเจน โดยมีระยะเวลาเฉลี่ยในการบรรจุแตกต่างกันตามความจุของแต่ละถัง
ขนาดถัง ปริมาตร (ลิตร) เวลาเติม (นาที) M4 0.7 60 M6 1.0 75 ML6 1.2 90 C 1.8 130 D 2.9 215 E 4.7 350
DeVilbiss iFill Oxygen Filling System
Key Features
- Dimensions (W × D × H): 31.3 × 57 × 72.5 cm
- Weight: Approximately 30 kg
- Oxygen concentration: 93% ± 3%
- Maximum pressure: 3,300 psi
- Noise level: 52 dBA
- Power supply: 230V, 50/60Hz
- Power consumption: 400W
This oxygen filling system uses a Dual-Pressure Head Compressor, which combines two technologies to maximize oxygen production and filling efficiency:
1. PSA Oxygen Generation Technology (Pressure Swing Adsorption)
Separates oxygen from ambient air to produce high-concentration oxygen suitable for medical applications.
2. Pneumatic Pressure Intensifier System
Boosts oxygen pressure efficiently for filling portable oxygen cylinders.
Safety & Convenience Features
- Equipped with a proprietary Push-Click Connector, specially designed for the iFill system.
- Compatible only with cylinders designed for use with the iFill system, helping prevent incorrect connections and enhancing safety.
- Includes a dedicated cylinder support base to keep the cylinder stable during filling.
Status Indicator Lights
The unit features easy-to-read status indicators for safe and convenient operation:
- Service Required (Red LED): Indicates maintenance or service is needed.
- Standby (Green Light): Unit is powered on and ready for use.
- Full (Green Light): Cylinder filling is complete.
- Filling (Green LED): Oxygen is currently being transferred to the cylinder.
Mobility
- Integrated handle and four caster wheels for easy movement and transportation.
Air Filter System
- Equipped with two side-mounted air filters.
- Filters can be easily removed and washed.
- Recommended cleaning frequency: at least once per week to maintain optimal performance.
Average Cylinder Filling Times
Filling time from an empty cylinder varies depending on cylinder size:
| Cylinder Size | Capacity (Liters) | Approx. Filling Time |
|---|---|---|
| M4 | 0.7 L | 60 minutes |
| M6 | 1.0 L | 75 minutes |
| ML6 | 1.2 L | 90 minutes |
| C | 1.8 L | 130 minutes |
| D | 2.9 L | 215 minutes |
| E | 4.7 L | 350 minutes |
การรับประกันสินค้า
- สินค้ารับประกัน 3 ปี
- มีศูนย์ให้บริการในประเทศไทย มีเครื่องสำรองให้ใช้ระหว่างรอซ่อมตลอดอายุการใช้งาน
บริการพิเศษ
- ฟรี บริการจัดส่งฟรีทั่วประเทศ บริการจัดส่งพร้อมติดตั้งฟรีพร้อมเจ้าหน้าที่แนะนำการใช้งานในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล
- พิเศษ รองรับการชำระเงินปลายทาง โอนเงินหรือชำระบัตรเครดิตไม่ชาร์จเพิ่ม
คำแนะนำและการดูแลรักษาเครื่องออกซิเจน
1. ควรตั้งเครื่องไว้ในบริเวณที่โล่งหรือที่ให้ลมผ่านสะดวก ควรวางห่างจากกำแพง อย่างน้อย 1 ฟุต ไม่ควรวางเครื่องไว้ชิดกำแพง ห้ามวางเครื่องบนโฟม ฟูก พรม และหลีกเลี่ยงการวางเครื่องในพื้นที่ที่ไม่สามารถถ่ายเทอากาศได้ดี
2. การเปิดปิดเครื่องแต่ละครั้งควรเว้นระยะเวลาให้เครื่องเซ็ตอัพอย่างน้อย 5 นาที
3. ก่อนใช้ฟังก์ชั่นพ่นยาต้องปรับระดับอัตราการไหลของออกซิเจนเป็น 0 ลิตรต่อนาที ก่อนทุกครั้ง
4. เครื่องจะไม่สามารถทำงานได้ ในกรณีไฟฟ้าดับหรือไม่มีไฟฟ้า
5. เครื่องจะไม่สามารถทำงานได้ ในกรณีกระแสไฟฟ้าตกเกิน 10% จากกระแสไฟที่จ่าย
6. ในกรณีที่ไม่ใช้งานควรดึงปลั๊กไฟออกทุกครั้ง
7. ในกรณีเคลื่อนย้ายเครื่องต้องวางเครื่องในแนวตั้งเท่านั้น และถอดกระป๋องนํ้าให้ความชื้น ออกจากเครื่องทุกครั้ง
8. ในกรณีเครื่องมีปัญหาขัดข้องหรือไม่สามารถใช้งานได้ กรุณาติดต่อบริษัทฯ ผู้จัดจำหน่าย
9. ควรหมั่นทำความสะอาดภายนอกเครื่องโดยใช้ผ้าชุบนํ้าหมาดๆ เช็ดให้ทั่วและใช้นํ้ายาฆ่าเชื้อ เช็ดอีกครั้งอย่างสมํ่าเสมอ
10. ควรทำความสะอาดไส้กรองข้างเครื่องทุกสัปดาห์ โดยล้างนํ้าและผึ่งลมให้แห้ง
11. ควรทำความสะอาดไส้กรองในเครื่องเป็นประจำทุกเดือน
12. ควรเปลี่ยนไส้กรองในเครื่องอย่างน้อยทุกๆ 6 เดือน (ติดต่อบริษัทฯ ผู้จัดจำหน่าย)

หลักการทำงานเครื่องผลิตออกซิเจน และวิธีการเลือกเครื่องผลิตออกซิเจน ให้เหมาะสมกับอุปกรณ์และการใช้งาน
หลักการทำงานของเครื่องผลิตออกซิเจน
สำหรับอากาศทั่วไปประกอบด้วยไนโตรเจน 78 เปอร์เซ็นต์ และออกซิเจน 21 เปอร์เซ็นต์ อีกเพียง 1 เปอร์เซ็นต์จะเป็นแก๊สชนิดอื่นๆ เครื่องผลิตออกซิเจน จะเปลี่ยนอากาศโดยรอบโดยอาศัยหลักการ pressure swing adsorption หรือ PSA โดยเทคนิคนี้ จะใช้สารดูดซับประเภทซีโอไลท์ (zeolite) เพื่อทำการดูดซับไนโตรเจนออกจากอากาศที่ความดันสูง โดยไนโตรเจนจะยึดติดกับผิวของสารซีโอไลท์ เนื่องจากซีโอไลท์มีพื้นผิวสัมผัสมากจึงสามารถจับกับแก๊สไนโตรเจนที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก สารจะดูดซับก๊าซไว้ได้เป็นจำนวนมาก เมื่อความดันต่ำลงไนโตรเจนก็จะถูกปล่อยทิ้ง ส่วนออกซิเจนก็จะถูกปล่อยออกมาเพื่อใช้งานที่มีความบริสุทธิ์ประมาณ 96% เหมือนเป็นการกรองแก๊สไนโตรเจนออกจากแก๊สออกซิเจนนั่นเอง
เครื่องผลิตออกซิเจน แบ่งได้ เป็น 2 ชนิด ตามการใช้งาน
1.ชนิด Continuous Flow Oxygen Concentrators
จะปล่อยออกซิเจนออกมาได้ต่อเนื่อง ใช้เพื่อรักษาโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ในโรงพยาบาล และสถานพยาบาล แม้แต่ใช้พักฟื้นที่บ้าน มีขนาดสเปคตั้งแต่ 3 ลิตร ขนาด 5 ลิตร ไปจนถึงขนาด 10 ลิตร ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการนำไปใช้งาน
2.ชนิด Pulse Dose Portable Concentrators
เครื่องผลิตออกซิเจนแบบ Pulse Dose สามารถผลิตออกซิเจนให้ได้ในระยะสั้นๆตามการหายใจเข้า ส่งผลให้ไม่มีการสูญเสียออกซิเจนให้สูญเปล่า สามารถช่วยในเรื่องการประหยัดพลังงาน เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการออกซิเจนไม่มากนัก และสำหรับต้องการออกซิเจนแบบพกพาเพื่อทำกิจกรรมนอกบ้าน เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา
การจับจังหวะการหายใจไม่ว่าผู้ใช้จะหายใจช้าหรือเร็วเครื่องก็สามารถจับจังหวะการหายใจและปล่อยออกซิเจนได้อย่างเหมาะสมในแต่ละบุคคล ระบบแบบ pulse dose ส่วนใหญ่สามารถปรับได้ประมาณ 1 - 5 ระดับ โดยที่ค่าความเข้มข้นของออกซิเจนจะไม่ลดลง ซึ่งจะมีความบริสุทธิ์อยู่ที่ 93+- 3% ในทุกระดับ
ทราบได้อย่างไรว่าควรเลือกซื้อเครื่องผลิตออกซิเจนขนาดกี่ลิตร
แพทย์จะกำหนดให้ผู้ป่วยทราบว่าผู้ป่วยจะต้องการออกซิเจนเท่าใด (ลิตรต่อนาที) ก่อนซื้อต้องมั่นใจว่าเครื่องผลิตออกซิเจนสามารถให้ออกซิเจนในปริมาณที่เพียงพอสำหรับความต้องการของผู้ใช้งานหรือไม่
การให้ออกซิเจนบำบัดที่บ้าน (Oxygen Therapy)
การพิจารณาให้ออกซิเจนที่บ้านจะใช้เกณฑ์ที่แตกต่างจากกรณีที่อยู่ในโรงพยาบาล คือเป็นการให้ออกซิเจนในภาวะปกติของผู้ป่วยรายนั้นนั่น
1.กรณีที่ต้องการให้ออกซิเจนต่อเนื่อง
- วัดความอิ่มตัวของออกซิเจนจากปลายนิ้ว (SpO2) ได้น้อยกว่า 88 %
- วัด SpO2 ได้ 88-90% แต่มีภาวะหรือโรคที่บ่งบอกถึงภาวะขาดออกซิเจนเรื้อรังขึ้นแล้ว จากการประเมินของแพทย์
2.กรณีที่ต้องให้ออกซิเจนเฉพาะบางโอกาส
- ให้ออกซิเจนขณะออกกำลังกาย หรือหลังออกกำลังกาย SpO2 น้อยกว่า 88%
- ให้เฉพาะขณะนอนหลับ ถ้าขณะหลับ SpO2 ต่ำกว่า 88 %
ทั้งสองภาวะเบื้องต้นนี้สามารถประเมินโดยการตรวจจับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด ซึ่งอาจจะได้รับความเห็นชอบจากแพทย์ผู้ดูแลก่อนจะดีที่สุด
อุปกรณ์สำหรับให้ออกซิเจน
ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่ต้องได้ออกซิเจนที่บ้าน มักใช้เพียงอุปกรณ์ชนิด nasal cannula หรือสายออกซิเจนแบบผ่านจมูก เพราะภาวะพร่องออกซิเจนมักจะต่ำและไม่รุนแรงมากนัก อย่างไรก็ตามก็มีผู้ป่วยโรคปอด หรือโรคหัวใจบางรายที่มีภาวะขาดออกซิเจนที่รุนแรงแต่เรื้อรังมากๆ จำเป็นต้องรักษาตัวที่บ้าน จึงต้องมีการใช้อุปกรณ์สำหรับให้ออกซิเจนในรูปแบบอื่นๆ ด้วยดังนี้
1. nasal cannula หรือสายออกซิเจนแบบผ่านจมูก
ใช้สำหรับอัตราการไหลของออกซิเจน 1-6 ลิตร/นาที สายเล็กๆ ที่นำออกซิเจนควรอยู่ลึกในจมูกประมาณ 1 ซม. ข้อดีคือผู้ป่วยจะรู้สึกสบายกว่าอุปกรณ์แบบอื่นและมีราคาถูก
ความเข้มข้นของออกซิเจนที่ผู้ป่วยได้รับ (FiO2)
1 L/min = 24 %
2 L/min = 28 %
3 L/min = 32 %
4 L/min = 36 %
5 L/min = 40 %
6 L/min = 44 %
ข้อจำกัด
ความเข้มข้นของออกซิเจนที่ผู้ป่วยได้รับแปรผันตามการหายใจ ถ้าหายใจเร็ว หอบอยู่ สัดส่วนของอากาศปกติก็จะมาก ทำให้ความเข้มข้นลดลง และถ้าเปิดออกซิเจนแรง จะทำให้ระคายเคืองเยื่อบุจมูก
2. Simple Oxygen Mask หรือหน้ากากออกซิเจน
ใช้สำหรับอัตราการไหลของออกซิเจน 5-8 ลิตร/นาที การใช้ต้องครอบให้แนบสนิทกับหน้า
ความเข้มข้นของออกซิเจนที่ผู้ป่วยได้รับ (FiO2)
5-8 L/min = 50-60%
ข้อจำกัด
ห้ามเปิดออกซิเจน น้อยกว่า 5 L/min เพราะจะทำให้ลมหายใจเดิมค้างในหน้ากาก ผู้ป่วยจะหายใจเอาอากาศเดิมเข้าไปใหม่ได้ บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยจะรู้สึกอึดอัด ไม่สบาย
3. High Concentration Oxygen Re breathing Mask with Bag หรือหน้ากากออกซิเจนมีถุง
ใช้สำหรับอัตราการไหลของออกซิเจน 6-10 ลิตร/นาที การใช้ต้องครอบให้แนบสนิทกับหน้า สังเกตว่าถุงมีการยุบพอง ตามจังหวะการหายใจของคนไข้
ความเข้มข้นของออกซิเจนที่ผู้ป่วยได้รับ (FiO2)
6-10 L/min = 55-70 %
ข้อจำกัด
ห้ามเปิดออกซิเจน น้อยกว่า 6 L/min อื่นๆ เช่นเดียวกับ simple mask
ภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ
ออกซิเจนในเลือดต่ำ หมายถึง แรงดันของออกซิเจนในเลือดต่ำกว่าปกติ หรือวัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดได้น้อยกว่าปกตินั่นเอง เครื่องที่ใช้ตรวจวัดสะดวกแพร่หลายจะเป็น การวัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจน เพราะสามารถวัดได้จากภายนอก โดยใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ไม่ยุ่งยาก และซับซ้อน เราจะวัดโดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า pulse oximeter (เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว) โดยปกติค่าเฉลี่ยของคนทั่วไปความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดจะอยู่ที่ 96 – 100% ของความอิ่มตัวสูงสุด
หากค่า 95 % หรือต่ำกว่า มีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ ควรปรึกษาแพทย์ **หากมีโรคประจำตัวบางกลุ่ม หรือสูบบุหรี่จัดอาจส่งผลให้ความอิ่มตัวออกซิเจนในเลือดต่ำกว่าปกติได้** ในกรณีออกซิเจนต่ำที่เป็นเรื้อรังแล้วร่างกายมีการปรับตัว มักจะไม่มีอาการของการขาดออกซิเจน จนกว่าออกซิเจนจะเริ่มต่ำกว่า 90% เมื่อออกซิเจนในเลือดต่ำ เริ่มแรกเลยร่างกายจะพยายามปรับสมดุลในตัวเอง เพื่อรักษาระดับออกซิเจนไม่ให้ตกก่อน โดยการหายใจที่เร็วขึ้น แรงขึ้น หัวใจก็พยายามสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ มากขึ้น โดยจะเต้นเร็วและแรงขึ้นด้วยเช่นกัน ความดันโลหิตก็จะสูงขึ้น
อ้างอิงข้อมูลจาก
- เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วใช้อย่างไร./https://chulalongkornhospital.go.th/kcmh/line/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2/
- นพ.สุรพันธ์ เจริญธัญรักษ์.ใส่ O2 canula ได้ FiO2 เท่าไร ?.https://www.facebook.com/kkhsepsis
- หลักการให้ออกซิเจนกับผู้ป่วย. https://www.medi2you.com/oxygen-concentrator/
**เครื่องผลิตออกซิเจนไม่ใช่อุปกรณ์ช่วยชีวิต กรุณาอ่านคู่มืออย่างระวัง**
**ในกรณีติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า กรุณานัดหมายในเวลาทำการ**
**การใช้เครื่องผลิตออกซิเจนควรอยู่ในคำแนะนำของแพทย์**


.png)



